6.3.14

so PROUD




     สิ่งที่ได้รับจากการทำนิตยสารพราวด์ ซึ่งเป็นนิตยสารที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนิสิตนักศึกษา โดยนำเสนอในรูปแบบเรื่องราวไลฟ์สไตล์ของคนวัยรุ่น ส่วนแก่นหรือตีมหลักเป็นความภูมิใจในชุดนิสิตนักศึกษา เพื่อสะท้อนให้เห็นความสำคัญและความคิดของคนวัยนี้ และในการลงมือทำนิตยสารร่วมกันในครั้งนี้ ทำให้ผมได้รับอะไรหลาย ๆ อย่าง 
อย่างแรกเลยคือ วิธีการเขียนของผมได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นระดับหนึ่ง เพราะผมได้รับหน้าที่ให้เป็นนักเขียน ซึ่งจริง ๆ แล้ว คำว่านักเขียนเหมือนเป็นสิ่งที่ค้ำคอผมอยู่ เหมือนคอยหลอกหลอนผมให้ “เขียนดี ๆ นะ” ผมเลยต้องตั้งใจทำหน้าที่นี้เป็นพิเศษ โดยเริ่มสนใจที่จะอ่านหนังสือมากขึ้น เพื่อค้นหาคำหรือประโยคดี ๆ ในการนำมาใช้ในนิตยสารตัวเอง ฟังดูเหมือนลอกแต่จริง ๆ แล้ว มันคือการเรียนรู้ที่ดี ซึ่งเทคนิคนี้ผมไม่ได้คิดเองแต่ได้มาจากการไปสัมภาษณ์พี่นักข่าวคนหนึ่ง ที่จบมาจากคณะนิเทศาสตร์แล้วพี่เขาก็เล่าให้ฟังถึงการทำงานนิตยสาร ทำให้ผมสะท้อนได้ถึงแง่คิดและเทคนิคต่าง ๆ ในการทำงาน อีกทั้งการได้ บ.ก. มาช่วยตรวจทาน แก้ไขคำที่ผิดหรือการใช้ประโยคที่ติดปากคนเขียนเกินไป ทำให้งานเขียนออกมาดียิ่งขึ้น โดยผมจะสลับหน้าที่กับ บ.ก. หากเป็นงานเขียนของ บ.ก. เอง 
อย่างที่สองคือ การได้ลงพื้นที่ทำงาน ได้พบเจอคนที่มีความคิดต่าง ๆ มากมาย ซึ่งมันไม่ได้มีโอกาสแบบนี้บ่อยครั้ง เพราะเราต้องไปสัมภาษณ์คนนู้นคนนี้ ประสานงานกับที่นั่นที่นี่ ซึ่งแน่นอนผมกล้าที่จะพูดหรือกล้าที่จะแสดงออกทางความคิดมากขึ้น อย่างเช่นเราต้องชวนคนสัมภาษณ์คุยบ้าง เพื่อให้เขาดึงความเป็นตัวเองออกมามากที่สุด โดยไม่เคอะเขิน ทำให้เราได้รับคำตอบที่จริงและเป็นตัวตนที่สุด

อย่างที่สามคือ การได้เรียนรู้การถ่ายภาพจากช่างภาพประจำกลุ่ม จากการได้ลองถือแฟลชถ่ายตัวแบบเพื่อดูองศาของการสาดแสงไฟให้ถูกต้อง ทำให้ผมรู้ว่าแต่ละภาพมันไม่ง่ายเลย โดยกว่าจะได้แต่ละรูปต้องถ่ายแล้วถ่ายอีก ลองแล้วลองอีก กว่าภาพจะออกมามีอารมณ์มีความหมายในตัวเอง ตรงกับที่ต้องการ
อย่างที่สี่คือ การได้ลองทำโปรแกรมอินดีไซน์ จนทำให้ผมพอที่จะรู้จักเครื่องมือ รู้จักการวางเลย์เอาท์รู้จักการเซฟงานที่ถูกต้องหรือแม้แต่การส่งออก เพราะทุกอย่างต้องคำนึงถึงความเป็นตีมเดียวกัน ขนาดเดียวกัน และการเลือกค่าของสีที่ต้องเหมือนกันอีกด้วย โดยมีกราฟฟิกประจำกลุ่มและ บ.ก. เป็นผู้ให้คำแนะนำได้เป็นอย่างดี

อย่างสุดท้ายคือ การได้ทำงานร่วมกันกับเพื่อนที่ไม่ค่อยได้ร่วมงานกันมาก่อน ทำให้เราสนิทกันมากขึ้น ได้ร่วมทุกข์ ร่วมสุข ร่วมเหนื่อยไปด้วยกัน ซึ่งนำไปสู่ความสามัคคีกันภายในกลุ่ม ทำให้งานออกมาสำเร็จ จนเมื่อได้เห็นนิตยสารในวันนี้ ทุกหน้าทุกอย่างเหมือนเตือนความทรงจำทุกวินาทีจริง ๆ ว่าเราได้ผ่านอะไรมาบ้างอย่างเช่น ภาพคืนนั้นวันที่พวกเราค้างคืนที่มหาลัยมาหมด จนตอนนี้ก็ยังสงสัยว่าทำไปได้ยังไงกัน สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมและทุกคนรู้สึกภูมิใจและหายเหนื่อยในทันที โดยผมหวังว่าผู้อ่านจะเปิดใจรับและชอบมันบ้างไม่มากก็น้อย หากไม่ชอบได้โปรดเห็นใจเพราะนี่คือการเริ่มต้นที่ดีของพวกเรา ฝากด้วยครับ แล้วมาร่วมพราวด์...ไปด้วยกัน

11.2.14

ก้าวไกลไปกับเครื่องพิมพ์


                เครื่องพิมพ์เป็นเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีการพัฒนามาอย่างช้านาน เริ่มตั้งแต่ตั้งแต่สมัยที่มนุษย์เริ่มคิดค้นประดิษฐ์ตัวอักษรเพื่อสื่อสารกัน หลังจากนั้นจึงได้มีการคิดค้นการพิมพ์ขึ้น ทำให้เครื่องพิมพ์ได้พัฒนาควบคู่มาตลอดจนถึงปัจจุบัน จนสามารถตอบสนองความต้องการของคนทั่วไปได้เป็นอย่างดี เพราะด้วยราคาที่ถูกและฟังค์ชั่นที่หลากหลาย เครื่องพิมพ์จึงเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ






ส่วนหนึ่งที่ทำให้เครื่องพิมพ์เป็นที่นิยม มาจากพื้นฐานความเป็นมนุษย์ที่จะมีความคิดหรือการประมวลผลในสมองอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังอยากที่จะเผยแพร่ความคิดนั้นออกมาให้คนอื่นรับรู้ จึงทำให้เครื่องพิมพ์เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ เพราะสามารถแปลงสิ่งเหล่านั้น ให้ออกมาในรูปแบบของเอกสารหรือสิ่งที่สามารถจับต้องได้หรือสิ่งที่ทำให้คนอื่นนอกจากตัวเราเข้าใจ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นสื่อกลางในการสื่อสารกันของคนทั่วไปให้เข้าใจในความคิดของตนเองมากยิ่งขึ้น



เครื่องพิมพ์จึงเป็นเครื่องมือที่ไว้ใช้แสดงผลลัพธ์ต่าง ๆ ให้ออกมารูปของเอกสาร เครื่องพิมพ์จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ในการนำสารสนเทศนั้น ๆ แปลงออกมาให้คนอื่นเข้าใจได้ ยกตัวอย่างเช่นการทำรายงานส่งอาจารย์ เราอาจจะใช้ความคิดจากสมองของเราในการป้อนข้อมูลลงบนคอมพิวเตอร์ โดยให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลให้อยู่ในรูปของกราฟิก แล้วหลังจากนั้นจึงสั่งพิมพ์เพื่อให้เครื่องพิมพ์ได้แปลงจากกราฟิกเป็นเนื้องานที่สามารถจับต้องได้ หรือสามารถอ่านแล้วเข้าใจโดยทั่วกัน ทำให้การสื่อสารไปในทิศทางเดียวกันหรือเพื่อจุดประสงค์อื่น เช่น เพื่อสร้างความเข้าใจ เพื่ิิิอเผยแพร่ความรู้ เพื่อติดต่อสื่อสาร เพื่อการค้าขาย 




   เครื่องพิมพ์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วยให้มนุษย์สะดวกสบาย การสื่อสารการแลกเปลียนข้อมูลเป็นไปอย่างง่ายดาย จึงทำให้เกิดการต่อยอดทางความคิดสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้น บางท่านอาจจะคิดว่าอนาคตอาจจะโดนตีตลาดด้วยแทปเล็ตที่มีความสามารถทางมัลติมีเดียที่ดีกว่า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันก็ยังมีข้อจำกัดอยู่เยอะ ไม่ว่าจะเป็นราคา ขนาด แบตเตอรี่ และความปลอดภัยของผู้ใช้ ที่ยังสู้เครื่องพิมพ์ที่ผลิตข้อมูลลงบนกระดาษไม่ได้
เครื่องพิมพ์มาตรฐานใหม่ ที่มีความสามารถในการประมวลผลได้ด้วยตนเอง


             อย่างที่กล่าวไปด้านบน เครื่องพิมพ์อาจจะเป็นเพียงแค่อุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ยังต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์ในการประมวลผล ซึ่งไม่สามารถประมวลผลหรือจัดการคำสั่งด้วยตัวเองได้ ทำให้ปัจจุบันได้มีเครื่องพิมพ์ที่สามารถประมวลผลเองได้ สามารถจัดสรรหน้าเพจ หรือเลือกขนาดบนตัวเครื่องได้เลย เพราะมีหน้าจอแบบสัมผัสในตัว พร้อมกันนี้ยังสะดวกและรวดเร็วด้วยการผนวกเทคโนโลยี Wifi เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อการรับส่งภาพผ่านอุปกรณ์ไร้สาย ที่ไม่ใช่แค่ระยะใกล้ แต่ยังสามารถสั่งผ่านระบบออนไลน์ในระยะไกลบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้อีกด้วย โดยเครื่องพิมพ์บางรุ่นจะผนวกเข้ากับความเป็นสมาร์ทโฟนเข้าไว้ด้วยกัน โดยการจัดทำแอพลิเคชันเฉพาะตัว เพื่อสั่งการให้เครื่องพิมพ์ตอบสนองต่อคำสั่งนั้นได้ทันที
แอพลิเคชั่นที่ใช้ในการป้อนคำสั่งไปยังเครื่องพิมพ์
ซึ่งตอนนี้ผมก็เกิดข้อสงสัยว่า ทำไมเครื่องพิมพ์ถึงมีความสามารถมากมายขนาดนี้ จึงลองค้นข้อมูลเชิงลึกของเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่ ๆ กลับพบว่า มีโปรเซสเซอร์พร้อมกับหน่วยความจำภายในที่คล้ายกับสมองและความจำในการประมวลผลจึงสามารถคิดได้ด้วยตนเอง ทำให้มันดูคล้ายกับระบบภายในคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเข้าไปทุกที ทำให้ผมหายสงสัยว่าทำไมถึงได้มีความสามารถมากมายขนาดนี้ ซึ่งก็คล้ายกับพัฒนาการของทีวี ที่เมื่อก่อนอาจเป็นแค่เครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์แล้วฉายภาพให้คนดู ต่างกับปัจจุบันที่รุ่นใหม่ ๆ กลายเป็นสมาร์ททีวีที่มีความสามารถหลากหลาย ไม่ว่าจะตั้งบันทึกรายการที่ชื่นชอบ ดูยูทูป เล่นอินเตอร์เน็ต หรือแม้แต่วิดีโอคอล (Skype) Facebook Twitter ก็ยังทำได้ ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไปที่เครื่องพิมพ์ จากความสามารถหรือประโยชน์ที่กล่าวมาข้างต้น ในอนาคตเราอาจได้เห็นเครื่องพิมพ์มาตรฐานใหม่ที่มีฟังค์ชั่นหลากหลายกว่านี้ เช่น สามารถรันโปรแกรมเพื่อจัดการเอกสารโดยเฉพาะหรือสามารถตกแต่งภาพได้เช่นกัน ทำให้ความสามารถของเครื่องพิมพ์ไม่ถูกจำกัดเพียงแค่พิมพ์ได้อีกต่อไป

6.2.14

แหล่งเรียนรู้กับการชุมนุมทางการเมือง ?

        
เดินรณรงค์ต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
         คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการชุมนุมทางการเมืองในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นฝั่งไหน จะไม่ส่งผลกระทบกับตัวเรา จนหลายคนมองว่าการชุมนุมเหล่านี้เป็นปัญหาสังคมที่ทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ การคมนาคม และการท่องเที่ยว ยกตัวอย่างเช่น การทำให้นานาประเทศเป็นกังวลจนทำให้บางประเทศประกาศห้ามนักท่องเที่ยวเข้ามาในช่วงนี้ แต่หากมองอีกมุมหนึ่งการชุมนุมทางการเมืองก็มีประโยชน์ทางการเรียนรู้อย่างหนึ่งเช่นกัน
มันจะเป็นแหล่งเรียนรู้ได้อย่างไรกัน เป็นคำถามแรกที่ผมตั้งคำถามขึ้นมา ถามเพื่อน เพื่อนก็ไม่แน่ใจ ถามตัวเอง ตัวเองก็ว่ามันใช่นะ...แต่ ด้วยความไม่รู้จึงลองไปถามท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ตอบกลับมาว่าเป็น! หลังจากนั้นจึงลองศึกษาเอกสารข้อมูลในเรื่องแหล่งเรียนรู้ จึงพบกับคำตอบที่ว่า “มันก็เป็นทุก ๆ ที่แหละ” ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ บุคคล สัตว์ สิ่งของ แล้วทำไมการชุมนุมจะไม่ใช่
เมื่อลองมาศึกษา การชุมนุมทางการเมืองจัดอยู่ในประเภทของแหล่งทรัพยากรประเภทบุคคล ในทีนี้ก็คือผู้นำหรือแกนนำ ที่มีความสามารถ มีความรู้เป็นที่ยกย่องจากผู้ชุมนุม จนทำให้สามารถนำพามวลชนมาสู่อุดมการณ์เดียวกันได้ โดยแกนนำจะมีหน้าที่ให้ความรู้หรือการปราศรัยบนเวที และคอยวางแผนกลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุแก่เป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งสิ่งนี้เองผู้ชุมนุมหรือผู้ที่เห็นด้วยกับอุดมการณ์จำเป็นต้องคิดและไตร่ตรองให้ดี เพื่อไม่ให้การเรียนรู้กลายเป็นการถูกล้างสมองไปโดยสิ้นเชิง
วัน Bangkok Shutdown ทางไปแยกราชประสงค์
แล้วผู้ที่มาศึกษาในแหล่งเรียนรู้นี้จะได้อะไรและอย่างไร แน่นอนได้ความรู้ทางด้านการเมือง สถานการณ์ปัจจุบันหรือเหตุการณ์บ้านเมืองอย่างเต็มเปี่ยม ยกตัวอย่างครั้งที่ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมลได้มาปราศรัยบนเวที กปปส. ท่านได้นำเสนอแนวคิดและให้เหตุผลต่าง ๆ ด้วยคำพูดที่สุภาพ ว่าทำไมท่านถึงต้องมาร่วมกับเหล่ามวลมหาประชาชน และทำไมท่านถึงปฏิเสธการเลือกตั้ง ทุกคำพูดไม่ได้พูดเปล่า ๆ ท่านใช้เหตุผลพร้อมแหล่งอ้างอิง มากำกับเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือและสำหรับผมคนที่ไม่ประสีประสาเรื่องการเมือง ทำให้ผมได้ขบคิดและได้วิเคราะห์ตามไปด้วย หรือแม้แต่การตั้งคำถามว่าทำไมท่านถึงมาร่วมชุมนุม แค่นี้ก็ทำให้เกิดการเรียนรู้ต่อยอดไปแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตามการได้มาศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ลักษณะอย่างนี้ก็ไม่ใช่เรื่องดีนัก เพราะผู้ที่มาศึกษาจะได้รับความรู้ไปเพียงด้านเดียว ผู้มาศึกษาจำเป็นต้องนำความรู้นั้นไปวิเคราะห์ศึกษาเพิ่มเติม ว่ามันเป็นด้านที่ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งมันจะส่งผลให้เราเป็นผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไปโดยไม่รู้ตัว 
ความหมายของการชุมนุมอาจเป็นที่มาของเครือข่ายการเรียนรู้ เพราะเกิดจากการขบคิดร่วมกันของชุมชนหรือคนกลุ่มหนึ่ง เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาหรือเพื่อการมีอำนาจต่อรอง ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดก็คือ การร่วมกันของกลุ่ม กปปส. ที่มีผู้นำคือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้รวมตัวกันกับมวลมหาประชาชนเพื่อที่จะต่อรองกับรักษาการณ์นายกในขณะนี้ให้ลาออกไปด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม และทางกลุ่ม กปปส. ก็ได้ใช้วิธีเครือข่ายการเรียนรู้โดยการแพร่กระจายข่าวสารผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่ว่าจะเป็นทางดาวเทียมช่อง Bluesky ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อเชื่อโยงกับคนทั้งโลกให้สามารถรับรู้ข่าวสารและติดต่อเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน เราจึงมีโอกาศได้เห็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ในต่างประเทศออกมาแสดงตนบ่อยครั้ง
ลานถนนคนเดินหน้าสยามพารากอน
การนำมาบูรณาการร่วมกันกับวิชาเรียนในห้องเรียน สามารถนำมาใช้ได้ในรายวิชาที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์สื่อ ข้อมูล ข่าวสาร นั่นก็คือ การรู้จักวิเคราะห์ข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ เพราะแหล่งเรียนรู้นี้เรามีโอกาศได้ฟังข้อคิดเห็นแนวคิดต่าง ๆ จากบุคคลทั่วไปและนักวิชาการหลายแขนง ทำให้เราต้องตื่นตัวในความคิดหรือแยกแยะได้ ว่าสิ่งไหนถูกต้องควรสนับสนุน หรือสิ่งไหนไม่ถูกต้องควรหลีกเลี่ยง และอีกหนึ่งวิชาคือวิชาสังคมศึกษาในเรื่องของการเมืองการปกครอง และกฎหมาย เพราะเมื่อเรารู้จักที่จะวิเคราะห์ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว เราก็จะได้รับการต่อยอดความรู้ด้านนี้ควบคู่ไปด้วย

สิ่งที่ผมได้รับจากการมาร่วมชุมนุมหรือใช้แหล่งเรียนรู้ในครั้งนี้ คือการรู้จักวิเคราะห์ข่าวสารหรือที่มาที่ไปในสังคมไทย การรู้จักตั้งคำถามและหาคำตอบด้วยตนเอง นอกจากนี่ผมยังได้เห็นอีกมุมหนึ่งของคนไทยคือความสามัคคีกันในกลุ่มหรือหมู่คณะ แม้กระทั่งรอยยิ้มที่หาได้ยากในสังคมปัจจุบันแต่สามารถมอบให้กันอย่างง่ายดายเมื่อเห็นนกหวีดที่คล้องคอ เรื่องราวเหล่านี้ถือเป็นประสบการณ์และความรู้ดี ๆ ซึ่งหาได้ยากในห้องเรียน และจะหาไม่ได้นอกจากออกไปดูโลกกว้างเท่านั้น

29.1.14

ภูมิใจที่ได้รางวัล

Cannes Lions International Festival of Creativity งานประกาศผลรางวัลทางความคิดสร้างสรรค์ด้านการโฆษณา ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและในปีนี้ได้จัดอีกครั้งในวันที่ 15-21 มิถุนายน ที่เมืองคานส์ประเทศฝรั่งเศส เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่นักคิดสร้างสรรค์ทั้งหลาย อีกทั้งยังเป็นแนวคิดดี ๆ ให้กับนักคิดรุ่นใหม่ได้เจริญรอยตามต่อไป
และหนึ่งในตัวอย่างนั้นก็คือความสำเร็จจากนักคิดชาวไทยเมื่อปีที่แล้ว ที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศด้วยการคว้ารางวัลมาถึง 17 รางวัลด้วยกัน โดยหนึ่งในนั้นก็คือภาพโฆษณาเครื่องคั้นน้ำผลไม้ยี่ห้อ Tefal โดยนักคิดกลุ่ม BBDO Proximity Thailand ที่ได้รางวัลระดับเหรียญทองแดงมาครอง

         จากภาพจะเห็นได้ว่ามีความโดดเด่นตั้งแต่แรกเห็น มีการใช้ผักและผลไม้เป็นสื่อกลางบนพื้นหลังสีดำทำให้มีความโดดเด่นเป็นเอกภาพ โดยการทำให้ผลไม้ชิ้นนั้น ๆ เป็นน้ำตรงกับตัวผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องคั้นน้ำผลไม้ เหมือนสื่อเป็นนัยว่าผลิตภัณฑ์ของฉันสามารถคั้นได้นะ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่หรือแบบไหน ๆ ฉันทำได้หมด ฉันจะทำให้ให้มันเละเป็นน้ำได้เลยนะ และสิ่งที่เสริมให้เห็นชัดยิ่งขึ้นคือคำว่า “Just the juice” “แค่น้ำผลไม้” พร้อมรูปตัวผลิตภัณฑ์

แม้ว่าสื่อสิ่งพิมพ์ชิ้นนี้จะได้รับรางวัลเพราะมีความน่าสนใจ และสื่อได้ตรงกับความสามารถของผลิตภัณฑ์ แค่คนดูอย่างผมยังรู้สึกว่า มันน่ากิน มันดูสดชื่น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสงสัยคือ หากไม่มีการใส่ภาพของผลิตภัณฑ์ลงไป เราจะรู้หรือไม่ว่ามันคือการโฆษณาเครื่องคั้นน้ำผลไม้ อีกทั้งตัวผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กกว่าตัวหลักมาก ซึ่งถ้าพูดกันตรง ๆ เมื่อลองปิดภาพผลิตภัณฑ์แล้ว กลายเป็นว่าความคิดแรกในหัวคือต้องเป็นโฆษณาน้ำผลไม้ทิปโก้แน่ ๆ ซึ่งนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ได้รางวัลระดับทองแดงมาก็เป็นได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมก็คิดว่ามันสวยงาม เข้าใจง่าย และโดดเด่นสะดุดตา 
ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจาก Cannes Lions และ Brandbuffet