Showing posts with label ED381. Show all posts
Showing posts with label ED381. Show all posts

6.2.14

แหล่งเรียนรู้กับการชุมนุมทางการเมือง ?

        
เดินรณรงค์ต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
         คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการชุมนุมทางการเมืองในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นฝั่งไหน จะไม่ส่งผลกระทบกับตัวเรา จนหลายคนมองว่าการชุมนุมเหล่านี้เป็นปัญหาสังคมที่ทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ การคมนาคม และการท่องเที่ยว ยกตัวอย่างเช่น การทำให้นานาประเทศเป็นกังวลจนทำให้บางประเทศประกาศห้ามนักท่องเที่ยวเข้ามาในช่วงนี้ แต่หากมองอีกมุมหนึ่งการชุมนุมทางการเมืองก็มีประโยชน์ทางการเรียนรู้อย่างหนึ่งเช่นกัน
มันจะเป็นแหล่งเรียนรู้ได้อย่างไรกัน เป็นคำถามแรกที่ผมตั้งคำถามขึ้นมา ถามเพื่อน เพื่อนก็ไม่แน่ใจ ถามตัวเอง ตัวเองก็ว่ามันใช่นะ...แต่ ด้วยความไม่รู้จึงลองไปถามท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ตอบกลับมาว่าเป็น! หลังจากนั้นจึงลองศึกษาเอกสารข้อมูลในเรื่องแหล่งเรียนรู้ จึงพบกับคำตอบที่ว่า “มันก็เป็นทุก ๆ ที่แหละ” ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ บุคคล สัตว์ สิ่งของ แล้วทำไมการชุมนุมจะไม่ใช่
เมื่อลองมาศึกษา การชุมนุมทางการเมืองจัดอยู่ในประเภทของแหล่งทรัพยากรประเภทบุคคล ในทีนี้ก็คือผู้นำหรือแกนนำ ที่มีความสามารถ มีความรู้เป็นที่ยกย่องจากผู้ชุมนุม จนทำให้สามารถนำพามวลชนมาสู่อุดมการณ์เดียวกันได้ โดยแกนนำจะมีหน้าที่ให้ความรู้หรือการปราศรัยบนเวที และคอยวางแผนกลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุแก่เป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งสิ่งนี้เองผู้ชุมนุมหรือผู้ที่เห็นด้วยกับอุดมการณ์จำเป็นต้องคิดและไตร่ตรองให้ดี เพื่อไม่ให้การเรียนรู้กลายเป็นการถูกล้างสมองไปโดยสิ้นเชิง
วัน Bangkok Shutdown ทางไปแยกราชประสงค์
แล้วผู้ที่มาศึกษาในแหล่งเรียนรู้นี้จะได้อะไรและอย่างไร แน่นอนได้ความรู้ทางด้านการเมือง สถานการณ์ปัจจุบันหรือเหตุการณ์บ้านเมืองอย่างเต็มเปี่ยม ยกตัวอย่างครั้งที่ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมลได้มาปราศรัยบนเวที กปปส. ท่านได้นำเสนอแนวคิดและให้เหตุผลต่าง ๆ ด้วยคำพูดที่สุภาพ ว่าทำไมท่านถึงต้องมาร่วมกับเหล่ามวลมหาประชาชน และทำไมท่านถึงปฏิเสธการเลือกตั้ง ทุกคำพูดไม่ได้พูดเปล่า ๆ ท่านใช้เหตุผลพร้อมแหล่งอ้างอิง มากำกับเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือและสำหรับผมคนที่ไม่ประสีประสาเรื่องการเมือง ทำให้ผมได้ขบคิดและได้วิเคราะห์ตามไปด้วย หรือแม้แต่การตั้งคำถามว่าทำไมท่านถึงมาร่วมชุมนุม แค่นี้ก็ทำให้เกิดการเรียนรู้ต่อยอดไปแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตามการได้มาศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ลักษณะอย่างนี้ก็ไม่ใช่เรื่องดีนัก เพราะผู้ที่มาศึกษาจะได้รับความรู้ไปเพียงด้านเดียว ผู้มาศึกษาจำเป็นต้องนำความรู้นั้นไปวิเคราะห์ศึกษาเพิ่มเติม ว่ามันเป็นด้านที่ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งมันจะส่งผลให้เราเป็นผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไปโดยไม่รู้ตัว 
ความหมายของการชุมนุมอาจเป็นที่มาของเครือข่ายการเรียนรู้ เพราะเกิดจากการขบคิดร่วมกันของชุมชนหรือคนกลุ่มหนึ่ง เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาหรือเพื่อการมีอำนาจต่อรอง ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดก็คือ การร่วมกันของกลุ่ม กปปส. ที่มีผู้นำคือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้รวมตัวกันกับมวลมหาประชาชนเพื่อที่จะต่อรองกับรักษาการณ์นายกในขณะนี้ให้ลาออกไปด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม และทางกลุ่ม กปปส. ก็ได้ใช้วิธีเครือข่ายการเรียนรู้โดยการแพร่กระจายข่าวสารผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่ว่าจะเป็นทางดาวเทียมช่อง Bluesky ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อเชื่อโยงกับคนทั้งโลกให้สามารถรับรู้ข่าวสารและติดต่อเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน เราจึงมีโอกาศได้เห็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ในต่างประเทศออกมาแสดงตนบ่อยครั้ง
ลานถนนคนเดินหน้าสยามพารากอน
การนำมาบูรณาการร่วมกันกับวิชาเรียนในห้องเรียน สามารถนำมาใช้ได้ในรายวิชาที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์สื่อ ข้อมูล ข่าวสาร นั่นก็คือ การรู้จักวิเคราะห์ข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ เพราะแหล่งเรียนรู้นี้เรามีโอกาศได้ฟังข้อคิดเห็นแนวคิดต่าง ๆ จากบุคคลทั่วไปและนักวิชาการหลายแขนง ทำให้เราต้องตื่นตัวในความคิดหรือแยกแยะได้ ว่าสิ่งไหนถูกต้องควรสนับสนุน หรือสิ่งไหนไม่ถูกต้องควรหลีกเลี่ยง และอีกหนึ่งวิชาคือวิชาสังคมศึกษาในเรื่องของการเมืองการปกครอง และกฎหมาย เพราะเมื่อเรารู้จักที่จะวิเคราะห์ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว เราก็จะได้รับการต่อยอดความรู้ด้านนี้ควบคู่ไปด้วย

สิ่งที่ผมได้รับจากการมาร่วมชุมนุมหรือใช้แหล่งเรียนรู้ในครั้งนี้ คือการรู้จักวิเคราะห์ข่าวสารหรือที่มาที่ไปในสังคมไทย การรู้จักตั้งคำถามและหาคำตอบด้วยตนเอง นอกจากนี่ผมยังได้เห็นอีกมุมหนึ่งของคนไทยคือความสามัคคีกันในกลุ่มหรือหมู่คณะ แม้กระทั่งรอยยิ้มที่หาได้ยากในสังคมปัจจุบันแต่สามารถมอบให้กันอย่างง่ายดายเมื่อเห็นนกหวีดที่คล้องคอ เรื่องราวเหล่านี้ถือเป็นประสบการณ์และความรู้ดี ๆ ซึ่งหาได้ยากในห้องเรียน และจะหาไม่ได้นอกจากออกไปดูโลกกว้างเท่านั้น

16.11.13

คุณยังโชคดี

              ในครั้งนี้ผมจะนำเสนอเรื่องราว ของการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ต และที่ผมหยิบยกเรื่องราวนี้ขึ้นมาพูดนั้น ก็เพราะว่าผมก็ซื้อสินค้าจากเว็บไซท์นี้เช่นกัน ทำให้ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใกล้ตัวผมมากๆ เลยอยากจะแบ่งปันเรื่องราวนี้ให้ทุกคนได้ทราบ เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจตามมามากมายโดยไม่รู้ตัว

               เรื่องราวทั้งหมดผมได้นำมาจากเว็บบอร์ด freemac.net ซึ่งเป็นเว็บบอร์ดของกลุ่มผู้ใช้งาน Mac โดยเนื้อหาพูดถึงผู้เสียหาย ไม่สิ น่าจะเรียกว่าผู้ที่เกือบจะเสียหายมากกว่า เพราะเขาไหวตัวได้ทัน ซึ่งเรื่องราวก็คือ มีเมล์จาก Apple เข้ามา บอกว่าให้คุณเอ(นามสมมุติ) อัพเดทข้อมูลของคุณ ซึ่งคุณเออยู่ในระหว่างการรอสถานะการสั่งซื้อสินค้าจาก Apple ทำให้คุณเอคลิ๊กเข้าไปดู ภายในเว็บก็เป็นหน้าการใส่ข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ แต่ที่สำคัญเลย คือการให้ใส่ข้อมูลบัตรเครดิต เรื่องราวเพิ่มเติม
อีเมล์ที่ถูกปลอมแปลง

               คุณเอก้เริ่มเอะใจเลยสังเกต URL ก็พบว่ามีความผิดปกติ จึงรู้ตัวแล้วว่ากำลังโดยฟิชชิ่งเมล์(Phishing mail) ทีนี้หลายคนคงจะสงสัยรวมทั้งผมด้วยว่าฟิชชิ่งเมล์ มันคืออะไร ?
URL ที่ผิดปกติ
URL ที่ถูกต้อง

               “Phishing คือคำที่ใช้เรียกเทคนิคการหลอกลวงโดยใช้อีเมลหรือหน้าเว็บไซต์ปลอมเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน หรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือสร้างความเสียหายในด้านอื่น ๆ เช่น ด้านการเงิน เป็นต้น ในบทความนี้จะเน้นในเรื่องของ Phishing ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อหลอกลวงทางการเงิน เนื่องจากจะทำให้ผู้อ่านมองเห็นผลกระทบได้ง่าย คำว่า Phishing เป็นคำพ้องเสียงจากคำว่า Fishing ซึ่งหมายถึงการตกปลา หากจะเปรียบเทียบง่าย ๆ ผู้อ่านสามารถจินตนาการได้ว่า เหยื่อล่อที่ใช้ในการตกปลา ก็คือกลวิธีที่ผู้โจมตีใช้ในการหลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งเหยื่อล่อที่เด่น ๆ ในการหลอกลวงแบบ Phishing มักจะเป็นการปลอมอีเมล์ หรือปลอมหน้าเว็บไซต์ที่มีข้อความซึ่งทำให้ผู้เสียหายอ่านแล้วหลงเชื่อ” 

              เมื่อรู้แล้วว่าฟิชชิ่งเมล์คืออะไร ก็เป็นสิ่งที่ค่อนข้างหน้าเป็นห่วง เพราะการจะจับตัวคนร้ายบนโลกออนไลน์เป็นไปได้ยากมากๆ เพราะอาชญากรอาจจะอยู่มุมใดของโลกก็ได้ หรือย้ายฐานไปไหนก็ได้เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว และในเวลานี้การซื้อสินค้าออนไลน์ถือว่ากำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว และบางครั้งราคาก็ถูกกว่า ทำให้การเลือกซื้อสินค้าออนไลน์เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

              ซึ่งในครั้งนี้คุณเอ(นามสมมุติ) ยังโชคดีมากที่ไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้กระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ หรืออาจจะเรียกได้ว่าอาชญากรคอมพิวเตอร์ได้เลยทีเดียว เพราะอาชญากรตั้งใจที่จะปลอมแปลงหน้าเว็บไซท์ Apple (ยอมรับว่าปลอมแปลงได้อย่างแนบเนียนมาก) เพื่อที่จะล้วงข้อมูลบัตรเครดิต ไปใช้ในการขโมยเงิน หรือนำไปกระทำความผิดอื่นๆ จนทำให้เหยื่อเสียหาย แต่ด้วยความช่างสังเกต ทำให้คุณเอรอดมาได้ แต่ถ้าหากลองนึกไปดูว่า ถ้าคุณเอไม่รู้เรื่องราวเหล่านี้มาก่อนเลย เห็นแค่ว่ามีอีเมล์จาก Apple เข้ามา แล้วใส่ข้อมูลในทุกช่องที่มีให้ใส่ ความเสียหายจะตามเข้ามามากขนาดไหน เพราะไม่ใช่แค่คุณเอจะเสียเงิน อาชญากรอาจจะแอบใส่ไวรัสแฝงเข้ามาด้วย ทำให้ข้อมูลเสียหาย ซึ่งข้อมูลนั้นอาจจะมีคุณค่ามากกว่าเงินก็เป็นได้

               ฉะนั้นแล้วผู้ที่จะซื้อสินค้าออนไลน์จึงควรตระหนักและคิดให้มากๆ เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของอาชญากรได้ง่ายๆ ซึ่งมีข้อแนะนำต่อไปนี้ ที่จะสามารถลดโอกาสไม่ให้ผู้อ่านถูกหลอกลวงได้ 

1.ไม่เปิดลิงก์ที่แนบมาในอีเมล เนื่องจากมีโอกาสสูงที่จะถูกหลอกลวง เพราะบางครั้งลิงก์ที่มองเห็นในอีเมลว่าเป็นเว็บไซต์ของธนาคาร แต่เมื่อคลิกไปแล้วอาจจะไปที่เว็บไซต์ปลอมที่เตรียมไว้ก็เป็นได้ เนื่องจากในการสร้างลิงก์นั้นสามารถกำหนดให้แสดงข้อความหรือรูปภาพได้ตามต้องการ ดังนั้นบางเว็บไซต์ปลอมจึงทำ URL ให้สังเกตความแตกต่างจาก URL จริงได้ยากง

2.พึงระวังอีเมลที่ขอให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะหากเป็นอีเมลที่มาจากสถาบันการเงิน ทั้งนี้ธนาคารหลายแห่งได้แจ้งอย่างชัดเจนว่า ธนาคารไม่มีนโยบายในการขอให้ลูกค้าเปิดเผยเลขประจำตัว หรือข้อมูลที่มีความสำคัญอื่น ๆ ผ่านทางอีเมลโดยเด็ดขาด

3.ไม่เปิดลิงก์ที่แนบมาในอีเมล เนื่องจากในปัจจุบัน ผู้โจมตีมีเทคนิคมากมายในการปลอมชื่อผู้ส่งให้เหมือนมาจากองค์กรนั้นจริง ๆ หากต้องการเข้าใช้งานเว็บไซต์นั้น ขอให้พิมพ์ URL ด้วยตัวเอง

4.สังเกตให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ที่ใช้งานเป็น HTTPS ก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญ เช่น เลขบัตรเครดิต หรืออื่น ๆ

5.ลบอีเมลน่าสงสัยออกไป เพื่อไม่ให้พลั้งเผลอกดเปิดครั้งถัดไป

6.ติดตั้งโปรแกรม Anti-Virus, Anti-Spam และ Firewall เนื่องจากผลพลอยได้อย่างหนึ่งของการติดตั้ง Firewall คือสามารถทำการยับยั้งไม่ให้โทรจันแอบส่งข้อมูลออกไปจากระบบได้ นอกจากนี้ ผู้ใช้ควรหมั่นศึกษาและอัพเดทโปรแกรมดังกล่าวให้เป็นรุ่นปัจจุบันเสมอ


7.หากท่านผู้อ่านพบเห็นเว็บไซต์หลอกลวงซึ่งมีจุดประสงค์ในการขโมยข้อมูลส่วนบุคคล สามารถแจ้งเหตุภัยคุกคามได้ที่เจ้าของบริการเหล่านั้น หรือส่งอีเมลมาที่ report@thaicert.or.th ตลอด 24 ชั่วโมงหรือโทร 02-142-2483 ในเวลา 8.30-17.30 ทุกวันทำการ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) :https://www.thaicert.or.th

20.9.13

สื่อนี้มีดีอย่างไร


              วีดิทัศน์แนะนำสื่อการเรียนรายบุคคล ที่ผมผลิตขึ้นเองและแนะนำเอง จะเป็นอย่างไรไปดูกันเลยครับ หากมีข้อเสนอแนะหรือติชมผมยินดีรับฟัง และจะนำกลับไปแก้ไข ขอบคุณครับ

7.9.13

ฝึกงานในแบบศึกษาเทคโน

เมื่อวันอังคารที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ผมได้รับมอบหมายงานให้ไปฝึกงานเพื่อเรียนรู้การจัดการการบริหารงานในสำนักสื่อที่ให้บริการด้านการศึกษา โดยในวันนั้นได้ไปที่สำนักสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา มศว ที่ตึกไข่ดาว
        วันนั้นภายในกลุ่มผมก็มาถึงกันประมาณแปดโมงครึ่ง และเริ่มฝึกงานกันตอนเก้าโมง เริ่มต้นพี่ๆ ในสำนักสื่อก็ได้เล่าถึงหน้าที่ในการทำงานว่ามีอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการห้องเรียน การเตรียมอุปกรณ์ทางการเรียน การจัดซื้อสื่อหรืออุปกรณ์ วิธีการใช้สื่อ วิธีการทำงานของกล้องวงจรปิด พอพี่เล่าไปได้สักพักไฟก็ดับ ทุกคนตกใจมาก เลยรีบหาสาเหตุ ปรากฏว่าดับมาจากภายนอก ทำให้พวกเราได้รับมอบหมายงานให้ไปแจ้งกับแต่ละห้องเรียนที่กำลังเรียนอยู่ พร้อมทั้งเปิดม่านและเปิดหน้าต่าง เพื่อระบายอากาศ ทำให้ผมได้เห็นการแก้ปัญหาของที่นี่ หลังจากนั้นเมื่อไฟมา พี่ๆ ก็ให้พวกเราไปตรวจเช็คแต่ละห้องเรียน พร้อมทั้งปิดม่าน ปิดหน้าต่าง เมื่อเสร็จแล้วพวกพี่ก็บอกให้เราไปพัก พวกเราก็งงว่าทำไมให้ไปพักไวจัง พี่สำนักสื่อก็บอกว่า เราต้องมาเตรียมงานก่อนเที่ยง เพื่อเตรียมห้องเรียนให้กับผู้เรียนที่จะเข้ามาเรียนในตอนบ่ายโมงครึ่ง พวกเราก็คลายความสงสัย หลังจานั้นพวกเราก็แยกย้ายกันไปทานข้าว กลับมาในช่วงบ่าย เราก็ได้ไปตรวจเช็คความพร้อมของห้องเรียนอีกครั้ง เมื่อตรวจเช็คเสร็จทุกคนก็ได้มาที่ห้องควบคุม พวกพี่เค้าก็ให้เราดูการควบคุมระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรเจคเตอร์ คอมพิวเตอร์ หากเกิดปัญหาภายในห้องเรียน โดยที่ไม่ต้องเดินไปที่ห้องเรียน หลังจากนั้นเราได้ไปดูห้องเรียนทางไกล ที่ถ่ายสดจาก มศว ประสานมิตร ไปยัง มศว องครักษ์ และไปยังที่อื่นๆ โดยเราได้เห็นการควบคุมการทำงาน ตั้งแต่เริ่มต้นเปิดรายการ ตั้งแต่การตัดต่อ การใส่กราฟิก การใส่เสียง การสวิชชิ่ง แล้วพี่ๆ ก็ให้พวกเราลองเปิดรายการกันดู ปรากฏว่ามันไม่ใช่ง่ายๆ เลย ต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ ทำให้เราเห็นถึงการทำงานที่เป็นระบบและตรงเวลา 




        และในวันที่สองพวกเราได้ไปฝึกงานที่โรงละครอโศกมนตรีนาฏยศาลา มศว ในเวลาสี่โมงเย็น เพื่อดูการทำงานด้านการฉายภาพยนตร์ เพราะในวันนั้นเป็นวันที่ฉายภาพยนตร์เพื่อแรงบันดาลใจ ในชื่อเรื่อง The blind side โดยพี่ๆ ได้แบ่งเราเป็นสองทีม ทีมแรกอยู่ในห้องควบคุม ทีมที่สองจะอยู่ด้านล่างในโรงภาพยนตร์เพื่อเช็คภาพและเสียง โดยผมได้อยู่ข้างล่าง พร้อมทั้งต้องลองนั่งดูหนังในทุกๆ จุด เพื่อเช็คความคมชัดของภาพและเสียงว่าชัดเจนดีมั้ย แล้วจะได้แจ้งขึ้นไปยังห้องควบคุม ให้ปรับให้มีคุณภาพดีขึ้น พร้อมทั้งปล่อยคนเข้ามาในโรงภาพยนตร์



        จะเห็นได้ว่าทั้งสองสถานที่ที่ผมได้ไปฝึก ทำให้ผมได้เห็นถึงความตรงต่อเวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะการทำงานด้านนี้จะต้องคอยให้บริการสื่อแก่บุคลากร ซึ่งบุคคลากรต้องนำสื่อตรงนั้นไปทำงานต่อทำให้ความตรงเวลาสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะถ้าเกิดช้าที่คนให้บริการสื่อ ก็จะช้ากันไปเป็นทอดๆ จนเป็นผลเสียถึงผู้เรียนในทันที และอีกอย่างก็คือความรับผิดชอบในการทำงาน ในหน้าที่ของตนเอง เพราะงานด้านนี้ ทุกหน้าที่สำคัญหมด ทำให้ความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าหน้าที่ใดเกิดบกพร่องขึ้นมา องค์กรก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จตามพันธกิจที่ตั้งไว้

6.9.13

ศึกษาเทคโน เค้าเรียนอะไรกัน

เมื่อวันที่ 15-16 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้มีการจัดนิทรรศการของเอกที่ผมเรียนอยู่ขึ้น ซึ่งนั่นก็คือ เอกเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา ในชื่อว่า “Techno Showcase ก้าวล้ำนำการศึกษา” จัดบริเวณลานชั้น 1 อาคารนวัตกรรมศาสตราจารย์ดร.สาโรช บัวศรี หรืออาคาร 400 ล้าน มศว ประสานมิตร


ภายในงานแบ่งเป็นบูท คล้ายจัดแสดงสินค้า โดยจะแบ่งเป็นด้านนอกอาคารกับในอาคาร ด้านนอกอาคารจะจัดแบ่งเป็นรูปตัว U มีบูทต่างๆ ดังนี้ AROUND THE WORLD (โซเชียลกับการศึกษา)   AWAY SO FAR (การศึกษาทางไกล)   DO YOU HEAR ME? (วิทยุเพื่อการศึกษา)  READ ME PLEASE (สื่อสิ่งพิมพ์เพื่อการศึกษา)   X- PLORING TECH FOR FUN (เกมส์เพื่อการศึกษา) และ   TECH FOR TEACH (สื่อการสอนเพื่อการศึกษา) ส่วนด้านในอาคารจะเป็นการจัดแสดงของบูท   SEE SNAP (ภาพถ่ายเพื่อการศึกษา) และ NOW YOU SEE ME (โทรทัศน์เพื่อการศึกษา)


ที่นี้ลองไปดูกันแต่ละบูทเลยดีกว่า บูทแรก AWAY SO FAR (การศึกษาทางไกล) บูทนี้เป็นบูทที่กล่าวถึงการศึกษาทางไกลว่าใช้วิธีการใดบ้างไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ต ดาวเทียมหรือใยแก้วนำแสง ว่าแต่ละอย่างมีหน้าที่การทำงานอย่างไร โดยนำเสนอผ่านแบบจำลองโมเดล ทำให้เห็นภาพได้อย่างเข้าใจง่ายที่สุด อีกทั้งยังมีคอมพิวเตอร์ที่ไว้ให้ลองดูการถ่ายทอด จากวังไกลกังวนอีกด้วย นับว่าเป็นการนำเสนอได้เห็นภาพชัดเจนที่สุด ทำให้เราเข้าใจและรู้สึกสนุกไปกับมัน


บูทที่สองคือบูท DO YOU HEAR ME? (วิทยุเพื่อการศึกษา) บูทนี้ได้กล่าวถึงการใช้วิทยุในการเป็นสื่อกลางในการเรียนการสอน ซึ่งเราได้เห็นที่มาในสมัยก่อนว่าเค้าก็มีการเรียนผ่านทางวิทยุกันนะ ส่วนในสมัยนี้ก็อาจจะเป็นการจัดรายการเล็กๆ นำเสนอความรู้ โดยภายในบูทได้มีเครื่องบันทึกเสียงให้ได้ลองเล่นกัน ทำให้เราได้เห็นพัฒนาการของการศึกษา และการศึกษาก็มีอยู่รอบด้านในทุกๆ สื่อ 


บูทที่สามคือบูท TECH FOR TEACH (สื่อการสอนเพื่อการศึกษา) เป็นบูทที่นำเสนอสื่อต่างๆ ที่ใช้ในการเรียนการสอน โดยเป็นผลผลิตจากนิสิตเอกนี้ โดยสื่อต่างๆ มีความหลากหลายและทำให้เราได้เห็นการผลิตสื่อแต่ละครั้งต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ประเภทของสื่อที่เหมาะสม การใช้สื่อ การเก็บรักษาสื่อ การให้บริการสื่อ นับว่าเป็นประโยชน์มากมายเลยทีเดียว  


บูทที่สี่คือบูท AROUND THE WORLD (โซเชียลกับการศึกษา) บูทนี้นำเสนอการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค ไม่ว่าจะเป็น เฟสบุ๊ค ทวีตเตอร์ ยูทูป บล็อก มาใช้เป็นสื่อกลางในการนำเสนอความรู้ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นช่องที่ง่าย รวดเร็ว และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน ทำให้การศึกษาไม่ไกลตัวอีกต่อไป


บูทที่ห้าคือ บูท READ ME PLEASE (สื่อสิ่งพิมพ์เพื่อการศึกษา) บูทนี้จะเป็นบูทที่จัดแสดงการทำสื่อประเภทสื่อสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ นิตยสาร การ์ตูน วารสาร ว่ามีที่มา วิธีการทำอย่างไร พร้อมแบ่งจำแนกแต่ละประเภท โดยมีเกมส์ให้เล่นโดยการจัดวางหน้าปกนิตยสารตามแบบของฉันทำให้เราได้เรียนรู้วิธีการทำงาน ด้านสิ่งพิมพ์ เป็นอย่างดี


บูทที่หกคือ บูท X- PLORING TECH FOR FUN (เกมส์เพื่อการศึกษา) บูทนี้เป็นบูทที่สนุกมากๆ เพราะจะมีเกมส์ให้เล่น แต่ก็ก็ไม่ใช่สนุกเพียงอย่างเดียวเพราะทุกๆ เกมส์จะมีความรู้ที่ทำให้เราได้รับไปพร้อมๆ กับความสนุกสนานโดยไม่รู้ตัว


บูทที่เจ็ดคือ  SEE SNAP (ภาพถ่ายเพื่อการศึกษา) เป็นบูทที่นำเสนอการถ่ายภาพ โดยจัดเป็นสตูดิโอเล็กๆ ให้ได้ลองถ่ายและให้เป็นแบบ พร้อมรุ่นพี่คอยให้คำแนะนำในการถ่าย การจัดแสงไฟ หรือองค์ประกอบต่างๆให้ออกมาสวยงามที่สุด


บูทที่แปดคือ NOW YOU SEE ME (โทรทัศน์เพื่อการศึกษา) เป็นบูทที่นำเสนอการจัดรายการโทรทัศน์ โดยมีอุปกรณ์ต่างๆ ครบให้ได้ลอง ไม่ว่าจะเป็นการลองอ่านข่าว ลองแสดงรายการ พร้อมถ่ายทอดไปยังด้านหน้าทำให้การใช้สื่ออย่างโทรทัศน์เป็นไปด้วยความสนุกสนาน และได้รู้หลักการทำงานต่างๆ ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะงานด้านโทรทัศน์กว่าจะถ่ายทอดออกมาดีๆ นั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
หลังจากที่ได้ชมภายในงานมาทำให้ผมมองเห็นเอกที่ผมเรียนอยู่ไปอีกมุมหนึ่ง ว่ามันไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าเอกอื่นเลยอาจจะกล่าวได้เลยว่า เอกอื่นอ่านจะเก่งเพียงด้านเดียว แต่เอกเราเป็นเอกที่เก่งรอบด้าน 

29.6.13

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นยังไงหว่า ?



           สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดเป็นหน่วยงานหนึ่งภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งขึ้นกับรองอธิปดีฝ่ายวิชาการ โดยโครงสร้างบริหารงานในแบบ Line Organization หรือสายงานหลัก ซึ่งจะมีประโยชน์ตรงที่ง่ายต่อการจัดการ โดยโครงสร้างการบังคับบัญชาจะถูกถ่ายทอดจากระดับบนสู่ระดับล่าง ซึ่งเป็นโครงสร้างที่เข้าใจง่าย มีขอบข่ายชัดเจน ทำให้อำนาจหน้าที่เป็นไปตามความเหมาะสมและความต้องการขององค์กร ซึ่งส่งผลให้สามารถดำเนินงานไปได้อย่างรวดเร็ว เพราะอำนาจการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับผู้บริหารเพียงไม่กี่คน แต่ก็ต้องแลกกับตำแหน่งหัวหน้างานต้องทำงานหนักและรับผิดชอบในหลายๆ ฝ่าย และหากฝ่ายผู้บริหารติดภารกิจ อาจทำให้เกิดปัญหาได้
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดตั้งขึ้นตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 ปัจจุบันมี การบริหารงานตามโครงสร้าง 3 ส่วนงาน ดังนี้
·         หอสมุดกลาง
             จะให้บริการสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีบริการสืบค้นฐานข้อมูลบรรณานุกรมของหอสมุดกลาง (รายการออนไลน์/OPAC) บริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้าบริการสืบค้นสารนิเทศจากฐานข้อมูล (ฐานข้อมูลออนไลน์และฐานข้อมูลซีดีรอม) บริการอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย และบริการพิมพ์งาน

·         ศูนย์คอมพิวเตอร์
             จะให้บริการห้องบริการคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต  ห้องอบรมสัมมนาทางด้านคอมพิวเตอร์ งานบริการเครือข่ายและอินเทอร์เน็ต งานฝึกอบรมและบริการวิชาการ  งานสื่อการเรียนการสอน (E-Learning) จัดอบรมด้านการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้กับอาจารย์และบุคคลที่สนใจและรวบรวมผลงานเพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย และงานพัฒนาเว็บไซต์

·         ศูนย์ภาษา
               จะให้บริการอบรมภาษาต่างประเทศให้แก่นักศึกษา อาจารย์และเจ้าหน้าที่ ในมหาวิทยาลัย งานบริการอบรมภาษาต่างประเทศแก่บุคคลทั่วไป งานพัฒนาการเรียนการสอนด้านภาษาต่างประเทศ บริการด้านการแปลหนังสือราชการ แผ่นพับประชาสัมพันธ์ ให้กับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย บริการคู่มือเตรียมสอบ TOEFL, IELTS และ TOEIC พร้อมเทปและซีดี บริการฝึกทักษะด้านภาษาจากซีดี วีดีโอและเทป บริการฝึกทักษะด้านการอ่านแบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่าน SRA บริการเรื่องสั้น (Graded series) นวนิยาย บริการหนังสืออ่านเสริมเพื่อพัฒนาภาษาต่างประเทศ และบริการภาพยนตร์ต่างประเทศ (Sound track)
จะเห็นได้ว่าสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานีมีหน้าที่ในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของ 3 หน่วยงาน คือหอสมุดกลาง ศูนย์คอมพิวเตอร์และศูนย์ภาษา เพื่อให้การดำเนินงานตามภารกิจของสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นไปอย่างคล่องตัวและเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งสามศูนย์ไม่เพียงมุ่งเน้นแต่บุคลาการภายในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่หากเปิดให้บริการกับบุคลากรภายนอกอีกด้วย
อีกทั้งยังมีบริการส่งเสริมด้านวิชาการหรือจัดอบรมแกบุคลากรทั้งในและนอกในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ และเรื่องภาษา อาจจะต่างจากบางที่ ที่จะแยกกันบริหารและฝ่ายเทคโนโลยีก็จะรับผิดชอบเพียงแต่ เทคโนโลยีสารสนเทศ โสตวัสดุ หรือการจัดทำสื่อภายในมหาวิทยาลัยเท่านั้น
ปรัชญา
แหล่งการเรียนรู้ ควบคู่ภาษา เทคโนโลยีก้าวหน้า พัฒนาสังคม

วิสัยทัศน์
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นศูนย์รวมแห่งการเรียนรู้และบริการที่เป็นเลิศแห่งภูมิภาค

พันธกิจ
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นหน่วยงานให้บริการและสนับสนุนทางวิชาการ
ส่งเสริม พัฒนาทรัพยากรสารนิเทศ ภาษา และเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับบุคลากรภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย

วัตถุประสงค์
1.      เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้บริการสารนิเทศสำหรับการเรียนการสอน การวิจัย และผลงานทางวิชาการเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ด้านภาษาในการสื่อสารสู่มาตรฐานสากล
2.      เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูล ระบบเครือข่ายและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารจัดการและงานบริการวิชาการ
3.      เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายในประเทศและต่างประเทศ
ขอขอบคุณ : สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
อาคารทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 272 หมู่ 9 ถนนสุราษฏร์-นาสาร ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี 84100 โทรศัพท์ โทรสาร 0-7722-6004  เว็ปไซท์ http://arit.sru.ac.th