Showing posts with label ET213. Show all posts
Showing posts with label ET213. Show all posts

4.2.13

ตามรอยการทำงานของผมกันครับ

ตามรอยการทำงานของผมกันครับ
      สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเล่าถึงการทำงานของผมครับ ว่ามีขั้นตอนอย่างไร ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง และที่สำคัญคือได้รับอะไรจากสิ่งที่ทำ

       การทำงาน ล้วนแต่ต้องมีการวางแผน เพราะแผนก็เหมือนเป็นกรอบที่ช่วยล้อมรอบให้เราไม่ออกนอกประเด็นหรือเรื่องราวที่เราทำ อีกทั้งยังเป็นที่นำทางให้เราไปสู่จุดสำเร็จเหมือน GPS ไงครับ

      ภาพยนตร์กับการเป็นครู
      งานชิ้นนี้เมื่อพวกเราได้รับมอบหมายมาแล้ว ผม จ๋าและพร มองหน้ากันครับ หน้าทุกคนเต็มไปด้วยความสงสัย เพราะไม่มีใครเคยดู และได้ยินชื่อเรื่องภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นครั้งแรก นั่นก็คือเรื่อง GoodWill Hunting ซึ่งอาจารย์ได้ให้พวกเราไปดูและวิเคราะห์ถึงหลักการสอนของเขาออกมา พร้อมนำเสนอเพื่อนๆ หน้าชั้นเรียน
ใบปิดหนังเรื่อง Good Will Hunting

       เริ่มแรกเราก็ต้องนั่งปรึกษากันเลยครับว่าเอาไงดี ผมเลยเสนอไปว่าไปหาดูมาก่อนละกันแล้วค่อยมาคุยกัน แล้วจ๋าก็เสนอว่าเดี๋ยวเราสร้างกรุ๊ปในเฟสบุ๊คมั้ย จะได้ติดต่อกันสะดวก เวลาแชร์ฟงแชร์ไฟล์ก็ง่าย ผมนึกขอบคุณเฟสบุ๊คที่ทำให้คนอยู่ห่างกันได้อยู่ใกล้กันมากขึ้น
ภาพแสดงการสร้างกลุ่มในเฟสบุ๊ค

       หลังจากเราดูหนังเสร็จเราก็เริ่มแชร์เนื้อหาและข้อมูลที่ได้รับลงในเฟสบุ๊ค แล้วเราก็เริ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน จากนั้นเราจึงนำข้อมูลดิบที่ได้มาวางแผนกระจายงานกัน จ๋าจะเป็นคนทำพาวเว่อพ้อย พรจะเป็นผู้จัดการเรียบเรียงข้อมูล ส่วนผมจะเป็นคนคัดเลือกวิดีโอแล้วนำมาตัดต่อ
เว็ปไซท์ที่พวกเราใช้ดูหนัง
พวกคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน


       เมื่อได้รับงานผมก็กลับมาดูหนังอีกครั้งพร้อมกับดูข้อมูลที่จะใช้นำเสนอ แล้วผมก็คัดเลือกตอนออกมา ว่าจะเอาตอนไหนนำเสนอบ้าง จนครบ ผมก็จัดแจงหาไฟล์ของหนังบนอินเตอร์เน็ต (ละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ดีเลย ขอโทษครับ) ซึ่งจริงๆก็มีอยู่ในเว็บหนึ่งที่ใช้ดูอยู่แล้ว แต่ไม่ชัดเอาซะเลย จนผมไปพบไฟล์หนังความชัดระดับHD ผมจึงโหลดมา แล้วทำการตัดต่อตอนที่เลือกไว้ แต่ดันมีเฉพาะภาษาอังกฤษ ทำไงดีหละทีนี้ เพื่อนๆ จะเข้าใจมั้ย ผมจึงคิดถึงการทำซับไตเติ้ล ผมก็ลองค้นวิธีทำ แต่ทำไม่ได้วุ่นวายเข้าใจยากจนตอนนั้นท้อแท้มากเลยคิดว่า ไม่ทำละดูแบบภาษาอังกฤษไปละกัน จนผมนึกขึ้นได้ผมยังไม่เข้าใจแล้วเพื่อนๆจะเข้าใจได้ยังไงกัน ผมคิดว่าก็คงจะเหมือนการสอนรายบุคคลหละมั้ง ที่ต้องคำนึงถึงผู้เรียนบลา บลา บลา เอาวะเลยใส่พากย์ไทยจากไฟล์หนังที่ไม่ชัดเลยละกัน โดยการดึงเสียงออกมาใช้ ก็เป็นอันเสร็จ
ตัดต่อตอนที่เลือกเรียบร้อยแล้ว

       หลังจากทุกคนทำงานเสร็จแล้ว จ๋าก็อัพไฟล์พาวเว่อพ้อยขึ้นบนเฟสบุ๊ค ผมก็ดูว่าควรจะเอาคลิปไหนใส่ช่วงไหน หลังจากนั้นเราจึงแบ่งหน้าที่กันพรีเซ้นว่าใครจะพรีเซ้นช่วงไหนกันบ้าง เมื่อแบ่งเสร็จทุกคนก็นำไปซ้อมในส่วนของแต่ละคน จนถึงวันพรีเซ้นก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการครับ

       จากที่ผมได้ทำงานชิ้นนี้ทำให้ผมได้รู้จักการวางแผนที่ดี รู้จักการนำโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คมาใช้ ได้ดูหนังสนุกๆ แถมยังได้ข้อคิดจากความเป็นครู เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล การเข้าหาผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนไว้ใจ และเปิดรับเรื่องที่จะสอน รู้จักการแก้ปัญหาของการทำงาน รู้สึกว่าจะตัดต่อวิดีโอคล่องขึ้น(มั้ง) แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดให้แก้ไขเยอะเหมือนกันครับ

       งานเขียนบล็อก
       งานเขียนบล็อกเป็นงานที่ต้องใช้ความคิด การวิเคราะห์ และการคำนึงถึงผู้อ่าน ต้องใช้ความคิดว่าต้องทำอย่างไรให้น่าสนใจ ไม่ว่าจะด้วยการตกแต่ง การวางเลย์เอ้าท์ให้สวยงาม ซึ่งทั้งหมดนี้ผมทำไม่เป็นเลย จึงจะเห็นได้ว่าบล็อกของผมจะดูเรียบ ตัวหนังสือใหญ่ อ่านง่าย ซึ่งผมก็คิดว่าความเรียบง่ายหรือความคลาสสิกเป็นอะไรที่ลงตัวที่สุดแล้ว
หน้าบล็อคแสดงถึงความเป็นสัดส่วนเรียบง่าย

       เมื่อผมได้รับหัวข้อมา ผมก็ต้องนำมาวิเคราะห์ ว่าโจทย์ต้องการอะไรแล้วจึงค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ หลังจากนั้นจึงนำมารวบรวมประมวลผล ลงไปในโปรแกรมMicrosoft Word เพื่อเป็นการร่างอย่างคร่าวๆ
ร่างลงไปใน Microsoft Word

       หลังจากลองร่างดูแล้วก็ถึงการขัดเกลาเนื้อหาให้อ่านง่าย และทำการเช็คตัวอักษรว่ามีผิดหรือไม่ เมื่อเช็คว่าถูกต้องดีแล้ว จึงลองค้นหาภาพที่ตรงกับเนื้อหามาสอดแทรก เพื่อเป็นการเบรกสายตาให้กับผู้อ่าน หลังจากนั้นจึงอ่านทวนอีกครั้งพร้อมเช็คย่อหน้า เว้นวรรค
หารูปมาใส่ เช็คย่อหน้า เว้นวรรค คำผิด

       เมื่อเนื้อหาที่ทำในโปรแกรม Microsoft Word เสร็จแล้วผมก็จัดการคัดลอกจากโปรแกรมมาลงบล็อก แล้วลองให้เว็ปไซท์ทดลองเผยแพร่ดูว่ามีตัวอักษรใดตกหล่นหรือซ้อนทับกันหรือไม่ หากมีก็จะแก้ไขอีกครั้ง หลังจากนั้นจึงกดเซฟและก็เผยแพร่ก็เป็นอันเสร็จ

       จากที่ผมได้ทำงานเขียนบล็อก ทำให้ผมได้รู้จักการคิด การวิเคราะห์ และการเอาใจใส่กับงาน ว่าเราต้องคำนึงถึงหลายๆจุด เพราะเราต้องเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปได้อ่าน ทำให้มีความรอบคอบขึ้น และจะรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เห็นฟีดแบคกลับมาจากยอดวิวที่บล็อกรวบรวมเป็นสถิติมาให้

3.1.13

นำสมาร์ตโฟนมาเรียนกันเถอะ


แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้เทคโนโลยีสาระสนเทศและการสื่อสาร 
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
เรื่อง วาดภาพจากจินตนการโดยการใช้โปรแกรมกราฟิกบนสมาร์ตโฟน 1 คาบเรียน

ความคิดรวบยอด
สร้างภาพหรือชิ้นงานจากจากจินตนาการ โดยใช้โปรแกรมกราฟิกด้วยความรับผิดชอบ
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในแอพลิเคชั่นวาดภาพ (S Note) บนสมาร์ตโฟน และสามารถใช้เครื่องมือต่างๆอย่างถูกต้อง

จุดประสงค์การเรียนรู้
1 สามารถนำความคิดหรือจินตนาการ ออกมานำเสนอให้ทุกคนเห็นภาพได้
2 สามารถใช้แอพลิเคชั่นได้
3 สามารถส่งงานได้ตรงตามระยะเวลาที่กำหนด

สาระการเรียนรู้
1 การใช้แอพลิเคชั่น S Note บนสมาร์ตโฟน
2 สามารถแนบไฟล์ส่งผ่านทางอีเมล์ได้

กิจกรรมการเรียนการสอน
1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
                   1.1 นำเสนอรูปภาพจากการใช้แอพลิเคชั่นให้นักเรียนเห็น ผ่านทางโปรเจ็คเตอร์
    
2 ขั้นสอน
2.1 สาธิตการใช้งาน โดยการวาดรูปบนสมาร์ตโฟนให้นักเรียนเห็น
                    2.2 สอนวิธีการแนบไฟล์พร้อมส่งอีเมล์เข้าเครื่องอาจารย์
                    2.3 มอบหมายงาน โดยแจกสมาร์ตโฟนคนละ1เครื่อง โดยให้นักเรียนสร้างรูปภาพจากจินตนาการ โดยใช้แอพลิเคชั่น S Note
                    2.4 บอกเกณฑ์การประเมิณว่า จะมาจากความสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์ และการตรงต่อเวลา โดยความสวยงามจะมาจากการตัดสินของนักเรียนเอง
                    2.5 หลังจากสร้างเสร็จ ให้ส่งผ่านทางอีเมล์เข้ามาที่อีเมล์อาจารย์
                    2.6 กำหนดระยะเวลา โดยให้เวลา 30 นาที
3 ขั้นสรุป
                    3.1 อาจารย์จะนำรูปที่นักเรียนส่งมา ฉายขึ้นโปรเจ็คเตอร์ เพื่อให้นักเรียนเลือกรูปภาพสวยงามที่สุด จำนวน 3 ภาพ พร้อมแจกรางวัลเป็นขนม

สื่อการเรียนรู้
1 สมาร์ตโฟน
2 อีเมล์

การวัดและประเมินผล
1 สังเกตพฤติกรรมการใช้งานแอพลิเคชั่น
2 สามารถนำเสนออกมาได้อย่างหน้าสนใจ
3 สามารถส่งงานได้ตรงตามระยะเวลาที่กำหนด

วิดีโอตัวอย่างการใช้งานกับเด็กๆ


24.12.12

เรียนรู้ผ่านสมาร์ทโฟน

              สมาร์ทโฟน เป็นโทรศัพท์มือถือ ที่มีความสามารถเพิ่มเติมนอกเหนือจากโทรศัพท์มือถือทั่วไป อาทิเช่น การใช้งานหลายๆอย่างพร้อมกัน การตัดต่อวิดีโอ การพิมพ์งาน ส่งเมล์หรือแม้แต่ทำเป็น Wi-fi hotspot ก็ยังทำได้ เรียกว่าความสามารถมีมากมายไม่สิ้นสุด เปรียบเสมือนเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้ โดยที่ภายในก็ยังมีส่วนประกอบคล้ายกับคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น หน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU หน่วยประมวลกราฟฟิคหรือGPU
ที่มา : http://www.techmoblog.com
สมาร์ทโฟนจึงถูกมองว่าเป็นคอมพิวเตอร์พกพาที่ทำงานในลักษณะของโทรศัพท์มือถือ โดยที่สามารถเชื่อมต่อความสามารถหลักของโทรศัพท์มือถือ เข้าร่วมกับแอพพลิเคชันของโทรศัพท์เอง 


ซึ่งความสามารถต่างๆนี้เอง ที่จะนำมาช่วยให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพขึ้น ไม่ว่าจะด้วยตัวอุปกรณ์เองหรือแม้แต่ตัวแอพลิเคชั่นเอง ที่มีความสามารถมาให้อย่างหลากหลาย แต่ข้อจำกัดของสมาร์ทโฟนก็มีไม่น้อยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของราคาที่ถือว่า ในปัจจุบันยังสูงอยู่ และยากต่อการควบคุม เพราะเพียงปลายนิ้วเด็กก็สามารถหลุดออกจากวงจำกัดได้ ฉะนั้นก็ยังต้องมีผู้ใหญ่ให้คำแนะนำควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด



26.11.12

2.11.12

ความหลัง...ในความทรงจำ

---รับน้องมัธยม---
สวัสดีครับ ในเรื่องราวที่จะเขียนต่อไปนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่งที่ ความสามารถไม่โดดเด่น หน้าตาไม่ดี บางคนจึงเกิดคำถามว่าคนคนนี้มีดีอะไรบ้าง ผมก็ขอตอบอย่างเต็มปากว่าไม่รู้สิ อยากรู้ก็ต้องคบกัน อยากรู้ต้องลองคุยกัน เพราะผมคิดว่าการที่จะมาพูดว่าเราเป็นคนอย่างนี้นะ มันไม่ค่อยจะจริงเท่าไหร่ เพราะเวลาเราคุยกับใครก็ตามเราก็จะแสดงด้านๆหนึ่งออกไป ให้เหมาะกับคนคนนั้นเพราะแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน จริงมั๊ยครับ
--ปลูกป่าทำความดี(กับเขาบ้าง)--

เริ่มเลยแล้วกัน ขอแนะตัวก่อนผมชื่อว่าก้องภพ ซึ่งเป็นชื่อที่สอง ความหมายก็ตามตัวเลยครับ มีชื่อเสียงแต่ถามว่าเปลี่ยนชื่อมาแล้วแล้วมีชื่อเสียงมั๊ย… ไม่นะ ก็ปกติตั้งแล้วก็ไม่เห็นจะได้เป็นดาราเลย แต่มันก็มีดีอยู่หลายอย่างเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังครับ ต่อไปก็คือชื่อเล่น ก็คือ ปอนด์ ความหมาย… ไม่ได้ถามพ่อแม่ แต่รู้ว่าที่บ้านชื่อ ป. หมดทั้งบ้าน นามสกุลจรูญพงศ์ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2535 ปีวอก เกิดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แน่นอนภูมิลำเนาต้องอยู่ที่นั่น มีพี่น้อง 2 คนรวมตัวเองด้วย ผมเป็นน้องคนสุดท้อง ที่อาจจะพูดได้ว่าเอาแต่ใจ ขี้แย ขี้อ้อน ก็ตามประสานะครับ ลูกคนเล็ก พ่อก็รับราชการเป็นตำรวจ แม่ก็ทำงานในบริษัทเอกชนเป็นสมุห์บัญชี
--ไปเชียร์บอลกับครอบครัว แต่ขาดพี่เพราะพี่อยู่ในสนาม^^---

 …กลับมาเล่าเรื่องของผมดีกว่า ตอนเด็กผมก็จบระดับชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนมานิตานุเคราะห์ด้วยความที่ตอนนั้นเป็นเด็กที่ขี้เกียจมากกก จนแม่บ่น การเรียนก็ย่ำแย่ แถมตอนสอบเข้าระดับมัธยมก็สอบไม่ได้โรงเรียนที่หวังอีก ตอนนั้นเสียใจมากร้องไห้สองวันสามคืน… ไม่จริงหรอกครับ ชั่วโมงเดียวร้องแล้วก็หลับไป แม่ก็บ่นให้ฟังเป็นระยะ ว่า “เนี่ยไม่ตั้งใจเรียนก็เลยเป็นอย่างนี้ แล้วแม่ก็ไม่มีเงินฝากให้หรอกนะ ไปเรียนแถวบ้านแล้วกัน” ผมก็เลยได้ไปเรียนระดับมัธยมที่โรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งในตอนนั้นได้ชื่อว่าเป็นโรงเรียนที่เด็กเกเรรวมตัวกัน เอาแล้วไงหละสกลรัฐนายจะเจออะไรบ้าง …สกลรัฐ? ใช่ครับ ชื่อแรก ในตอนนั้นผมไม่อยากที่ใจไปโรงเรียนนี้เลย แต่ก็ต้องไป ก็เลยให้กำลังใจตัวเอง เอาวะ เป็นไงเป็นกัน พอได้เรียนไปซักพัก ไม่เลวเลย รู้สึกตรงกันข้ามกับที่ได้ยินมา แถมยังมีเพื่อนที่ดีอีก และรักกันมากด้วย ในช่วงเวลานั้นรู้สึกสนุกที่สุด และก็ตั้งใจว่าจะต่อมัธยมปลายที่นี่ จนกระทั่ง โรงเรียนที่เคยหวังไว้ประกาศรับสมัครห้องโครงการศิลปศาสตร์… “ลูก…โรงเรียนจังหวัดเค้าเปิดรับสมัครหนิ ด้านภาษาด้วย ลูกชอบหนิ ลองไปสมัครดูมั๊ย” “ไม่อ่ะแม่ ปอนด์จะต่อที่เดิม อีกอย่างปอนด์ทำข้อสอบไม่ได้หรอก” “ลองดูก็ไม่เห็นเป็นไรหนิ” “แต่…” “เชื่อแม่” ผมจึงลองไปสมัครสอบดู ในใจผมคือไม่อยากไป ต้องเริ่มหาเพื่อนใหม่ ต้องปรับตัวใหม่ วุ่นวาย น่าเบื่อ อีกอย่างคือ จะทำได้หรอวะ คำถามพวกนี้ออกมาเป็นร้อยคำถามในหัวผม
--กับเพื่อนๆวัยละอ่อน--

วันสอบผมก็ได้รับพรจากคุณแม่แต่เช้า ตั้งแต่ตื่นสาย ไม่เตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียน และอีกมากมาย แต่สายตาคู่นั้นก็เป็นสายตาที่หวังดี นึกแล้วอยากขอบคุณ คุณแม่มากกก… ใช่ครับผมสอบติด ผมรู้ข่าวจากแม่ในขณะที่ผมอาบน้ำอยู่ แม่โทรเข้ามา คุณตาก็เอาโทรศัพท์มาให้แล้วบอกว่าผมสอบติดตอนนั้นผมมีหลายอารมณ์มากทั้งดีใจ ทั้งงง ทั้งอึ้ง แล้วก็เสียใจ แล้วก็เริ่มเครียดว่าทำไงดี เราต้องเจอสังคมใหม่ๆ เราจะปรับตัวได้มั๊ย แล้วเพื่อนหละ ผมก็โทรไปคุยกับเพื่อน เพื่อนก็ใส่เลย ไอ้ทรยท แต่คำด่านั้นตามมาด้วยเสียงหัวเราะ แล้วก็บอกว่าดีใจด้วย อย่าลืมติดต่อกันมาบ้าง และที่สำคัญได้ข่าวว่าที่โรงเรียนนั้นมีสวยๆเยอะ แนะนำกันบ้างหละ แล้วเพื่อนก็นัดผมไปเลี้ยงหมูกระทะ ผมก็รู้สึกดีมากที่เพื่อนก็เข้าใจ ก็ทำให้ผมหมดห่วงไปหนึ่งละ ต่อมาก็คือการปรับตัวกับโรงเรียนใหม่นั่นก็คือโรงเรียนสุราษฎร์ธานี โรงเรียนที่มีชื่อที่สุดในจังหวัด โรงเรียนที่เค้าบอกว่ามีแต่เด็กเห็นแก่ตัว เอาแต่เรียน เอาแล้วไงหละ ก้องภพนายจะทำได้มั๊ย ใช่ครับผมเปลี่ยนชื่อก่อนจะสอบเข้าที่นี่ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าดีหลังจากการเปลี่ยนชื่อ พอผมได้เรียนผมก็ได้เจอเพื่อนใหม่ สังคมเปลี่ยนไปมั๊ย ก็ไม่นะ ก็คล้ายกับโรงเรียนเก่า ไม่เห็นเหมือนอย่างที่เค้าว่ากัน การปรับตัวช่วงแรกก็เซงๆ หลังก็ดีขึ้น เพราะแค่มีเพื่อนที่สนิทเท่านี้ผมก็อยู่ได้แล้วครับ และแล้วก้ต้องถึงช่วงเวลาสำคัญที่นักเรียน ม.6 ต้องเจอคือการต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย ในใจของผมอยากที่จะทำงานบนเครื่องบิน ในตอนแรกผมอยากจะเป็นนักบิน แต่ด้วยความที่เรียนสายศิลป์มาจึงไม่สามารถสอบได้ ก็มีอีกทางเลือกหนึ่งคือ สจ๊วตนั่นเอง ผมตั้งใจมากจึงได้ลองค้นหาก็เจอมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิตศูนย์หัวหิน ซึ่งจะเป็นการเรียนด้านนี้โดยตรง ด้วยสโลแกนที่ว่า ปั้นดินให้บินได้ ผมก็ไปสมัครและสอบดู …. ไม่ผ่านครับ ผมอ้วนมาก แต่ผมได้อีกโครงการหนึ่งแทนก็คือ ได้ไปเรียนที่ประเทศจีน ซึ่งผมก็จบศิลป์ภาษาจีนมา มันก็ตรงมาก และแม่ก็สนับสนุน อาจารย์ก็นัดวันรายงานตัว หลังจากนั้นผมก็มานั่งคิดว่ามันใช่ทางของเรารึป่าว แล้วผมก็คิดได้ว่าผมก็มีอีกความฝันหนึ่งคือการได้ทำงานในวงการบันเทิง อันดับหนึ่งที่ผมนึกได้คือ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วคำว่า โหหหหห ก็ตามเข้ามาในหัวผม เพราะเป็นสิ่งที่คนส่วนมากฝัน คะแนนเลยสูงมากกกก แต่ก็ลองไปสอบตรงดู ผลงานก็ไม่มี ผลสอบออกมา หัวเราะ ห้าห้าห้า น่ารัก แล้วก็มาคิดใหม่จนกระทั่งมหาวิทยลัยศรีนครินทรวิโรฒ เปิดสอบตรงผมก็ลองมาเลือกคณะดูแม่ก็หยิบบัญชีมาให้ เราก็หยิบครูเทคโนแล้วก็เลือก ก็คิดไปคิดมา ก็เลยจับฉลากติดเป็น ครูเทคโน อื้มเอาวะลองไปสอบดู คณะนี้โอเคนะ มศว ก็ต้องครูสิ เทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา สายนิเทศสินะ ก็ชอบด้วยแถมได้วุฒิครูอีก เราก็เป็นครูได้ ตอนเด็กๆ เด็กมากๆเราก็อยากเป็นครูหนิ ลองดูละกันก็ลองไปสอบ ก่อนสอบผมก็อ่านหนังสือ ตั้งใจมาก เพราะมีหลายบทเรียนอย่างเล่ามาในตอนแรก ผลออกมาก็เป็นไปตามหวังครับ ผมสอบติด ดีใจมากถึงกับร้องไห้หน้าคอมพิวเตอร์กันสองคนแม่ลูก แล้วแม่ก็ถามว่า แล้วจีนหละ ผมก็เลยบอกว่าลองไปสอบสัมภาษณ์ดูก่อน และวันสอบสัมภาษณ์ก็มาถึงซึ่งตรงกับวันเกิดของผม ผมจำไม่ได้ว่าอาจารย์ถามอะไรผมบ้าง จำได้เพียงว่าวันนี้เป็นวันเกิดของผม ผมขอเป็นของขวัญวันเกิดได้มั๊ย แล้วผมก็ได้ของขวัญนั้นครับ ซึ่งวันที่สัมภาษณ์ผมก็ตัดสินใจได้ครับว่าผมจะเลือกที่ไหน เพราะผมได้เห็นมหาลัย ผมรู้สึกว้าววว มันใช่เลย
---เช็คยอด---

ซึ่งปัจจุบันผมก็ได้เรียนที่นี่ครับ คณะศึกษาศาสตร์ เอกเทคโนโลยีสื่อสารการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยที่เจริญเป็นศรีสง่าแก่มหานคร ภูมิใจมาก และตอนนี้ก็อยู่ชั้นปี 2 แล้วครับ เป็นยังไงบ้างครับประวัติผม ผมว่าการที่ผมได้มาเล่าประวัติทำให้ผมได้เห็นได้ย้อนกลับไปมองถึงสังคมที่มีหลากหลายรูปแบบ ทำให้เราปรับตัวได้และอยู่เป็น เมื่อเราไปเจอสังคมใหม่ๆเราก็เหมือนมีภูมิคุ้มกันคอยบอกเราว่าเราควรวางตัวยังไง ทำให้เราอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ใช่มั๊ยหละครับ…